RocketTheme Joomla Templates
     

banner

ข่าวผู้บริโภค


'หมอประดิษฐ'นำทีมถกปัญหาสุขภาพโลก 'รมว.สธ.' นำคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 66 ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 20-28 พ.ค.นี้ เพื่อร่วมแก้ไขและพัฒนาสุขภาพประชากรโลก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2013 เวลา 09:39 น.

 

18 พ.ค.56 นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 20-28 พฤษภาคม 2556 จะนำคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วยนายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และนักวิชาการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 66 (World Health Assembly : WHA) ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส จัดโดยองค์การอนามัยโลก โดยมีรัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการจาก 194 ประเทศเข้าประชุมกว่า 2,000 คน เพื่อร่วมมือกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาสาธารณสุขระดับโลก

อ่านเพิ่มเติม...
 
สธ.แนะเกษตรกร ใช้อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีหลังพบสารพิษสะสมระดับอันตราย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2013 เวลา 09:17 น.

 

กรมควบคุมโรค เจาะเลือดเกษตรกรและประชาชนพบมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับอันตรายในเลือดสูงกว่าร้อยละ 30 และพบผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลปีละเกือบ 8 พันราย แนะให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสสารเคมี
       
       วันนี้ (18 พ.ค.) นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยเกษตรกร โดยเฉพาะหลังวันพืชมงคลเป็นสัญญาณเริ่มทำการเพาะปลูก ซึ่งปัจจุบันมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเข้ามาเกี่ยวข้อง และจากการตรวจเลือดเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศในปี พ.ศ.2554 และ 2555 พบว่า กลุ่มเกษตรกรและประชาชนมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือดอยู่ในระดับอันตรายและไม่ปลอดภัยสูง มากกว่าร้อยละ 30 และจากการรวบรวมผู้ป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จากโรงพยาบาลทั่วประเทศ พบว่าในปี 2554 มีผู้ป่วยด้วยสารเคมีดังกล่าว 7,395 ราย ที่หาสาเหตุว่าเกิดจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยเกิดจากการพ่นสารเคมีหรือกินโดยไม่รู้ตัว 1,576 ราย และเกิดโดยทำร้ายตัวเองหรือประสงค์ฆ่าตัวตายด้วยการกิน 5,087 ราย และป่วยโดยสาเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 222 ราย นอกนั้นไม่ทราบสาเหตุแต่มีอาการคล้ายอีก 510 ราย ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแบบเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังมีการเจ็บป่วยแบบเรื้อรัง ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีระบบข้อมูลโรคพิษจากสารกำจัดศัตรูพืชแบบเรื้อรัง เช่น อาการทางสมอง ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรและประชาชน ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ไม่จำเป็นและป้องกันตนเองเมื่อต้องสัมผัสสารเคมีดังกล่าว

   ด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการศึกษาการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช แต่ละปีมีการนำเข้าจำนวนมหาศาล และนำเข้าเพิ่มขึ้น ดังนี้ ตั้งแต่ปี 2550-2554 มีการนำเข้าปีละ 14,000 18,000 16,000 16,000 และ 20,000 ล้านบาทเศษ ตามลำดับ ถ้าวัดเป็นปริมาณการนำเข้าตั้งแต่ปี 2548-2552 มีปริมาณมากถึง 5 แสนกว่าตัน เทียบเท่ากับตึกใบหยกทั้งตึก ส่วนจังหวัดที่มีเกษตรกรและประชาชนมีความเสี่ยงต่อการมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือดสูงและมีอัตราป่วยจากสารกำจัดศัตรูพืชสูง 10 จังหวัดแรกตามลำดับ ได้แก่ ตาก จันทบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน และกำแพงเพชร

       
       ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคจากผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย พบว่าส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการใช้สารกำจัดศัตรูพืชไม่ถูกต้อง การป้องกันโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืชเป็นสิ่งสำคัญมากเกษตรกรควรปฏิบัติดังนี้ 1.ไม่ใช้มือเปล่าผสมสารเคมี ให้ใช้ไม้ในการผสมหรือคนสารเคมีให้เข้ากัน 2.ใช้อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี ได้แก่ ถุงมือ หน้ากากกันสารเคมี รองเท้าบูท แว่นตา เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นต้น 3.เมื่อพ่นเสร็จ ให้รีบอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้ามาชักทันที ห้ามเก็บเสื้อผ้าไว้ชักภายหลัง นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค จึงได้จัดทำแนวทางในการป้องกันตนเองจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างละเอียด เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปเผยแพร่แก่กลุ่มเกษตรกร และผู้ที่เสี่ยงต่อสารกำจัดศัตรูพืช หากประชาชนหรือหน่วยงานสนใจติดต่อขอได้ที่ กลุ่มสื่อสารสาธารณะและพัฒนาเครือข่าย สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โทร 02-590 4514 หรือสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข 1422

ที่มา 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์18 พฤษภาคม 2556 15:07 น.
 
การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพืชพลังงาน - ทิศทางเกษตร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2013 เวลา 11:03 น.

ผศ.ดร.กนกศักดิ์ เอี่ยมโอภาส หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาพลังงานและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์มหา วิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าการผลิตไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงเหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งมีพื้นฐานเป็นประเทศเกษตรกรรม คือการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพืชพลังงาน   

ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีที่นำมากำ จัดขยะอินทรีย์มีวิธีกำจัดอยู่ 2 แบบ คือการนำไปหมักทำปุ๋ย และการนำไปหมักทำก๊าซชีวภาพ ในกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ เป็นการนำสารอินทรีย์ไปหมักในถังหมักแบบปิด ในกระบวนการหมักสารอินทรีย์จะถูกย่อยสลาย และได้ก๊าซชีวภาพ ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นก๊าซมีเทน ประมาณ 50-60%  ก๊าซมีเทนนี้เป็นก๊าซชนิดเดียวกันกับก๊าซธรรมชาติซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นก๊าซมีเทนประมาณ 70-80% ขึ้นอยู่กับแหล่งก๊าซธรรมชาติ   ดังนั้นก๊าซชีวภาพจึงเป็นก๊าซเชื้อเพลิงที่สามารถนำไปเดินชุดเครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ตัวอย่างของก๊าซ ชีวภาพที่ใช้ผลิตไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลายแล้วคือก๊าซชีวภาพจากมูลสุกร น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรต่าง ๆ ซึ่งพื้นฐานของการเกิดก๊าซชีวภาพคือการย่อยสลายของอินทรียวัตถุในกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ 

อ่านเพิ่มเติม...
 
หมอชนบท 7 จังหวัดใต้ล่าง แต่งดำประท้วง P4P ลั่นพร้อมไล่ “ประดิษฐ” พ้นเก้าอี้หากยังดื้อแพ่ง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:44 น.

 ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - รพ.ชุมชน 7 จังหวัดใต้ล่าง แต่งชุดดำต้าน P4P พร้อมยื่นข้อเรียกร้องเสนอทางออกใช้ค่าตอบแทนแบบ “1 กระทรวง 2 ระบบ” จวก “ประดิษฐ” รมว.สาธารณสุข ปอดแหกไม่มาดูให้เห็นกับตาว่ามีผู้คัดค้านจริงจัง ลั่นพร้อมรวมตัวกับ รพ.ชุมชนทั่วประเทศไล่ “ประดิษฐ” ออกจากตำแหน่งหากยังดื้อใช้ P4P

 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 พ.ค.) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขจัดประชุมเพื่อชี้แจงนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน “P4P” หรือ Pay for Performance แก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จ.ตรัง จ.สตูล จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส อยู่ภายในศูนย์ประชุมฯ ปรากฏว่า ที่หน้าศูนย์ประชุมฯ มีบุคลากรด้านการแพทย์ในโรงพยาบาลชุม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ลงมติไม่เข้ารับฟังการชี้แจงดังกล่าว พร้อมกับแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำเพื่อเป็นการประท้วงคัดค้านนโยบาย P4P ที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม...
 
สธ.เพิ่มหมอที่ปรึกษา 3,500 คน หวังใกล้ชิด ปชช.มากขึ้น PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:43 น.

 สธ.เร่งพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ ศสม. เพิ่มหมอที่ปรึกษาสุขภาพครอบครัวอีก 3,500 คน หวังใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น มั่นใจขยายครบ 12 เขตบริการใน พ.ค.นี้
       
       นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้านโยบาย 1 หมอที่ปรึกษา 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) ว่า ในปี 2556 นี้ เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องในระยะที่ 2 สธ.ได้เร่งพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. 9,750 แห่ง และ ศสม.1,000 แห่ง โดยมีนักจัดการสุขภาพครอบครัว ประกอบด้วย นักวิชาการสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ เจ้าพนักงานสาธารณสุข เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข เจ้าพนักงานเภสัชกรรม เจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทย จำนวน 44,000 คน นักสุขภาพครอบครัวแต่ละคนจะดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดคนละ 1,250 คน หรือเฉลี่ยคนละ 300 ครัวเรือน มีแพทย์เป็นที่ปรึกษานักสุขภาพครอบครัวอีกชั้นหนึ่งจำนวน 3,500 คน และมีนายแพทย์เชี่ยวชาญทุกสาขาอีก 10,000 คน เป็นเครือข่ายรับคำปรึกษาจากนายแพทย์ที่ปรึกษา

อ่านเพิ่มเติม...
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 5 จาก 57

เข้าสู่ระบบ



หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ffc

 

songkla

csms-01

tci

ntc

Speed Test

speedtest

กำลังออนไลน์

เรามี 6 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สถิติการเข้าชมเว็บ

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 130919